ตีแผ่วิถีชีวิต! ชนเผ่านักล่าปลาวาฬรุ่นสุดท้ายของโลก!

ในอดีต ถึงแม้ว่าปลาวาฬจะเป็นสัตว์ที่อยู่ในทะเลน้ำลึก ยากต่อการค้นหาและไล่ล่าเป็นอย่างมาก แต่มันก็เป็นที่นิยมในชนเผ่าท้องถิ่นแห่งหนึ่ง จนแพร่หลายไปทั่ว ถึงขนาดว่าทำให้ปลาวาฬใกล้จะสูญพันธุ์ไปเลยก็มี เนื่องจากว่า ปลาวาฬเป็นสัตว์ที่มีรูปร่างใหญ่โต เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดว่าเราล่ามันได้แล้ว เราก็จะมีเสบียงอาหารเอาไว้บริโภคทั้งหมู่บ้าน ได้ถึง 1-2 เดือนเลยทีเดียว

31_20150427104015.

ปัจจุบัน กฎหมายการล่าปลาวาฬได้ถูกบัญญัติขึ้น ทำให้ทางการทั่วโลกสั่งห้ามล่าปลาวาฬอีกต่อไป ในปี 2529 ยกเว้นหมู่บ้านลามาเลรา (Lamalera) ที่อยู่ทางตะวันออกของอินโดนีเซีย เป็นสถานที่แห่งเดียวในโลกที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการล่าวาฬนานาชาติให้ล่าวาฬได้ เพราะท้องถิ่นแห่งนั้น ไม่ค่อยมีสิ่งอื่นใดให้ล่านอกจาก สัตวทะเล ทางการจึงอนุญาตให้สามารถล่าได้ เพื่อการยังชีพของชาวบ้าน แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น กลับไม่ใช่แค่เพียงกฏหมายอย่างเดียว แต่มันรวมไปถึงวิธีการล่าตามวิถีชีวิตของชนเผ่าลามาเลราด้วย ซึ่งวิธีการล่าปลาวาฬของเขา จะใช้เพียงแค่ ฉมวกเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นวิธีที่เก่าแก่และโบราณมาก ถ้าเทียบกับวิธีการล่าในปัจจุบัน

31_201504271040152.

ล่าสุดทาง ผู้ผลิตข่าว BBC Thai ได้ตีแผ่นำเสนอเรื่องราวการล่าวาฬของชนเผ่า ลามาเลรา แล้ว พร้อมนำเสนอวิธีการล่าที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน โดยเขาได้ศึกษาจากผู้นำการล่าวาฬชื่อ ลามา ฟา  เขาจะเริ่มสังเกตการจากฝั่ง และออกทะเลไปกับลูกน้องอีก 10 คน ช่วงเวลานั้น ลามา ฟา จะสังเกตการพ่นน้ำและเสียงของปลาวาฬ ก่อนที่เขาจะกระโดดลงไปในน้ำทะเล และแทงฉมวกทะลุผิวหนังของมัน และยึดติดไว้กับตัวเรือ วาฬตัวนั้นจะเริ่มดิ้นด้วยความเจ็บปวด จนอาจจะทำให้เกิดการเสี่ยงอันตรายได้สำหรับพวกเขา เขาจำเป็นจะต้องเกาะทนรออย่างนี้หลายชั่วโมง จนกว่าปลาวาฬจะมีอาการอ่อนแรงลง ถ้าไม่ยอมอ่อนแรง ก็จะต้องรออยู่อย่างนี้ทั้งคืน

และหลังจากที่เจ้าปลาวาฬสงบลง พวกเขาก็จะลากมันกลับเข้าฝั่ง โดยใช้เรือพาย พายไปเรื่อยๆ เมื่อถึงหมู่บ้าน ทุกคนก็จะมาชำแหละเนื้อปลาวาฬและแยกไขปลาวาฬออก คนที่สังเกตเห็นปลาวาฬจนสามารถช่วยกันล่าได้ก่อน จะได้รับเนื้อส่วนที่ดีที่สุดไป ซึ่งเป็นธรรมเนียมและข้อตกลงของชนเผ่าในหมู่บ้านนั้น  วิธีการนี้ถูกสืบทอดต่อๆกันมาหลายช่วงอายุคน ซึ่งความยากลำบากของนักล่านั้น ถือว่ามีมากมหาศาล เพราะถ้าหากนักล่าเกิดเรือแตกขึ้นมา ทุกคนจะต้องว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งแต่ละครั้งก็กินเวลาร่วมไปกว่าครึ่งวันเลยด้วยซ้ำ นับว่าเป็นสปิริตที่น่าทึ่งอย่างมากสำหรับชนเผ่าแห่งนี้

ขอบคุณเครดิตข้อมูลจาก http://variety.thaiza.com/

บทความที่เกี่ยวข้อง

Share

About Author

error: Content is protected !!